bmu06
คุณครู พูดกับนักเรียนว่า "ใกล้จะถึงวันแม่แล้ว นักเรียน วันนี้ครูมีการบ้านให้เธอ คือเขียนเรียงความวันแม่ อย่าลืมเอามาส่งพรุ่งนี้ทุกคนนะ"
ในวัยเด็กสมัยนั้น ทุกคนคงเคยได้รับการบ้านให้เขียนเรียงความวันแม่ ซึ่งตอนนั้นผมยังจำได้ การเรียงความถึงแม่นั้น มันช่างเป็นโจทย์ที่ง่าย ซะจริงๆ ใครๆก็พูดกัน เขียนกันมา แม่เลี้ยงดูเรามาอย่างไร แม่รักเราแค่ไหน ทุกวันแม่ทำอะไร ให้เรา แล้วก็ลงท้ายว่าพระคุณแม่ใหญ่เท่าฟ้า มหาสมุทรยังเปรียบไม่ได้ อาจจะจบด้วยกลอนซึ้งๆ ปิดท้ายเรียงความ เห็นไหมครับว่ามันไม่ยากเลย แต่... สิ่งที่มองข้ามไปนั้น ก็คือ เรียงความของผมนั้น ไม่ได้มีอารมณ์หรือความซาบซึ้งที่แท้จริงออกมาจากปากกาแห่งความรู้สึกเลย
จนกระทั้ง...วันที่แม่ต้องแบกภาระเลี้ยงดูลูกทั้งสองคนที่ยังเล่าเรียนอยู่ด้วยตัวคน
ดียว ตอนนั้นผมก็รู้ซึ้งเลยว่า แม่รักผมมากแค่ไหน เรียงความวันแม่ของผม มันก็ถูกเขียนใหม่ออกมาอีกครั้ง มันเป็นเรียงความจากความรู้สึก ที่ใช้ใจเป็นกระดาษ น้ำตาแห่งความซาบซึ้งเป็น หยดน้ำหมึก แล้วเพลง ค่าน้ำนม ที่ผมได้ยินอยู่ทุกปีๆ มันก็มีความหมาย และซาบซึ้งมาก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ผมถือว่าผมโชคดีที่เกิดมาแล้วมีโอกาสที่ได้รับความอบอุ่นจากแม่ และได้รู้คุณค่าความรักที่แม่มีให้ต่อเราอย่างแท้จริง ผมก็คิดว่า เพื่อนๆพี่ ทุกคนก็เช่นกัน แต่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่เขาเกิดมาโดยไม่มีโอกาสแม้แต่ที่เขาจะรู้ว่า แม่เขาหน้าตาอย่างไร ใครคือแม่ของเขา แน่นอนเขาไม่เคยสัมผัสถึง ความรัก ไออุ่น จากแม่ที่แท้จริงของเขาเลย แต่ในใจลึกๆนั้นเขาต้องการแม่ตลอดเวลาและเขาก็ยังรักแม่ของเขา
คนที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้รับความรัก ไออุ่น จากแม่ เขายังรู้สึกรักแม่ของเขา และยังอยากหาแม่ของเขา...
แล้วคุณละได้รับรู้ มีโอกาสสัมผัส แต่ทุกวันนี้คุณลืมคนที่เรียกว่า "แม่" ไปแล้วหรือยัง...
โดย Akira

Help
Add Reply

MultiQuote









